case study ดวงจีนกับโรคมะเร็ง

case study ดวงจีนกับโรคมะเร็ง

ขออุทิศบุญกุศลที่เกิดจากการเผยแพร่ความรู้นี้ให้แด่ดวงครูทั้งสามท่านด้วยเทอญ สาธุ

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

กฎบ้านคน 30 ข้อ

กฎบ้านคน 30 ข้อ (แปลจากคัมภีร์ฮวงจุ้ย “เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย” หยังไจ่ซันสือเจ๋อ)


ฮวงจุ้ย (Feng Shui) 風水ทุกๆ ท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า “ฮวงจุ้ย” อยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษเรียกศาสตร์นี้ว่า “Feng Shui” ชาวตะวันตกหรือที่เราเรียกว่าฝรั่งนั้น ปัจจุบันให้ความสนใจกับศาสตร์นี้อย่างมาก มีผู้เขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับฮวงจุ้ย แต่จริงๆ แล้ว ฮวงจุ้ยคืออะไรกันแน่ มีซักกี่ท่านที่เข้าใจในเรื่องนี้ ในประเทศจีนมีการศึกษาศาสตร์ในด้านนี้มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว และมีการสืบทอดลงมาเรื่อยจนปัจจุบัน คำว่า “ฮวงจุ้ย” มาจากศัพท์ภาษาจีน 2 คำ นั่นก็คือคำว่า “ฮวง” ที่แปลว่า “ลม” และคำว่า “จุ้ย” ซึ่งแปลว่า “น้ำ” แล้วลมกับน้ำมาเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างไร หากได้อ่านเรื่องราวฮวงจุ้ยมากขึ้นก็จะสามารถเข้าใจในศาสตร์นี้


เรื่องราวฮวงจุ้ยใน จึงเป็นฮวงจุ้ยส่วนที่เกี่ยวข้องกับเคหะสถาน ซึ่งมีหลักการเคร่าๆ โดยเขียนเป็นกฎกติกาบ้านอยู่อาศัย ดังนี้กฎกติกาบ้านอยู่อาศัย 30 ข้อ
1. ในชนบทที่ซึ่งมีธรรมชาติ มีแม่น้ำลำธาร มีทะเล มีภูเขา การตรวจ ดูวิธีการเดินดาวในศาสตร์ของฮวงจุ้ยนั้นจะยึดถือธรรมชาตืเป็นหลัก โดยถือน้ำเป็นน้ำ ภูเขาเป็นภูเขา แต่ในเมืองที่ซึ่งแออัดไปด้วยตึก และไม่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เช่นในชนบท ให้ถือพื้นบ้านของเรา เป็นเกณฑ์ โดยส่วนที่สูงกว่าพื้นเช่นตึกรามบ้านช่องต่างๆ ให้ถือเป็น ภูเขา พื้นที่ที่เป็นแอ่งน้ำ ก็ให้ถือเป็นน้ำ โดยเฉพาะถนนหนทางในเมือง ศาสตร์นี้ถือว่าเป็นน้ำ มีน้ำก็มีทรัพย์เพราะน้ำถือเป็นทางเดินของทรัพย์
2. ผังการเดินดาวในศาสตร์นี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านอยู่อาศัยของคนเป็น หรือสุสานของผู้วายชนม์ เวลาตรวจดูฮวงจุ้ย จะขึ้นผังดาวเหมือนกัน โดยใช้เกณฑ์ปีที่สร้างเป็นหลักว่าอบู่ในยุคของดาวดวงใด ( ดาวมี 9 ยุค) ซินแสจะเดินดาวให้ว่าควรหันทิศบ้านอย่างไร จึงจะดีต่อผู้ที่อาศัยอยู่ ในบ้านหลังนั้น สำหรับบ้านอยู่อาศัยและอาคารทุกประเภท ความสำคัญ อยู่ที่ประตูทางเข้า ประตูทางเข้าถึอเป็นน้ำและจะรับกลิ่นอายของฮวงจุ้ย ที่เรียกว่า “ชี่” เข้าสู่บ้าน
3. การหันตัวบ้านและประตูทางเข้าบ้านอาจหันกันคนละทิศ มีสำนักมากมาย ซึ่งแต่ละสำนักก็จะใช้เกณฑ์แตกต่างกันไป ในที่นี้เราจะถือเอาประตูทางเข้า บ้านเป็นหลัก (ไม่ใช่ประตูรั้วบ้าน) หน้าบ้านอาจหันไปทางทิศเหนือในขณะ ที่ประคูเข้าบ้านหลักอาจอยู่ด้านข้างซึ่งเป็นทิศอื่น หลักฮวงจุ้ยจะดูว่าทิศหัน ของทางเข้านั้นว่าเป็นคุณหรือโทษกับคนในบ้าน
4. ให้พิจารณาหลักชัยภูมิสิ่งเเวดล้อมของบ้าน ดูว่าชัยภูมิที่ตั้งของที่ดินนี้น เข้ากับดวงเจ้าของบ้านหรือไม่ โดยให้พิจารณาหลัก ” 6 นอก และ 6ใน ” 6 นอก ได้แก่ ภูเขา น้ำ ลม แสง เสียง กลิ่น 6 ใน ได้แก่ ตำแหน่งของประตู ทางหรือถนน ที่ตั้งเตาไฟ บ่อเก็บน้ำ ส้วม เครื่องโม่ (เครื่องมือหากิน) หลักสำคัญของ 6 นอก ได้แก่- ภูเขาพิฆาต ภูเขาในศาสตร์ของฮวงจุ้ยเปรียบเป็นมังกร ในที่นี้ภูเขาพิฆาต จึงแบ่งเป็น 3 ชนิด: มังกรโหด ได้แก่ หินก้อนใหญ่ๆ ภูเขาชันๆ หรือแม้แต่บ้านหรืออาคาร ทรงแหลมหรือมีมุมเหลี่ยมที่หันเข้าหาที่ของเรา จะส่งผลร้ายกับเรา: มังกรป่วย ได้แก่ ภูเขาโล้นไม่มีดินไม่มีต้นไม้ มีหินโผล่ หรือแม้แต่บ้านร้างที่หันสู่ที่ดินหรือบ้านของเรา จะส่งกลิ่นอายไม่ดีมาถึงเรา: ธนูแหลม ได้แก่ ของที่มีความแหลมพุ่งหรือหันมาหาเรา เมรุเผาศพ- น้ำพิฆาต ที่ดินที่ตั้งอยู่ในแนวน้ำไหลในทิศทางที่พุ่งเข้าหา หรือที่ดินอยู่ ในแนวโค้งนูนของแม่น้ำลำธาร จะได้รับแรงปะทะจากการไหลของน้ำนี้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าที่ดินตั้งอยู่ในแนวน้ำไหลผ่าน หรืออยู่แนวโค้งเว้า ของแม่น้ำลำธาร ก็จะไม่ถูกแรงปะทะนี้- ลมพิฆาต ลมจากซอกตึกจะเป็นลมที่มีแรงปะทะแรง ซึ่งจะส่งผลร้าย ต่ออาคารที่ได้รับลมปะทะนั้น- แสงพิฆาต แสงที่รบกวนสายตาเราล้วนเป็นลำแสงพิฆาตทั้งสิ้น เช่น แสงอาทิตย์ที่ส่องไปตกกระทบผิวน้ำแล้วสะท้อนเข้าบ้าน หรือแสงสะท้อน จากตึกกระจกสะท้อนมาเข้าบ้าน หรือแม้แต่แสงไฟจากรถยนต์ส่องเข้าบ้าน ล้วนเป็นแสงพิฆาตทั้งสิ้น- เสียงพิฆาต ที่ดินที่ตั้งอยู่ในในที่ที่มีเสียงดัง จะก่อให้เกิดผลร้ายต่อ ระบบประสาท เช่น ที่ดินใกล้สนามบิน เป็นต้น- กลิ่นพิฆาต ที่ดินที่ตึ้งอยู่ในบริเวณที่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ จะส่งผลให้ สุขภาพจิดเสีย เช่น ที่ดินที่อยู้ใกล้กองขยะ เป็นต้น
5. ประตูใหญ่อยู่ด้านข้าง ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าประตูจะเป็นทางเข้า ของกลิ่นอายฮวงจุ้ย (ชี่) ดังนั้นหากจะเปิดประตูหลักอยู่ด้านข้าง ควรมี การขึ้นผังดาวตรวจสอบดูก่อน ว่าจะจัดวางประตูหลักของบ้านอยู่ทิศใดดี
6. บ้านใหญ่ประตูเล็ก อย่างนี้ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย ควรให้สมดุลย์กัน กล่าวคือ ถ้าบ้านมีขนาดใหญ่ควรมีประตูใหญ่ บ้านเล็กก็ควรมีประตูเล็ก เช่นกัน จึงจะเหมาะสม
7. ต้องการให้ฮวงจุ้ยดีให้แก้ที่ประตู ดังที่กล่าวมาแล้วว่า เวลาตรวจดูฮวงจุ้ย ให้ดูปีที่สร้าง เช่น บ้านที่สร้างในยุคดาว 1 เมื่อเวลาผ่านไป ตำแหน่งดาว เปลี่ยนไป พลังที่คอยส่งผลดีก็อ่อนแรงลง ถ้าต้องการแก้ไขให้ดีต้องแก้ที่ ประตูทางเข้าบ้าน ดาวน้ำจะช่วยในเรื่องของโชคลาภ ส่วนดาวภูเขาจะช่วย เสริมในเรื่องของบริวาร การย้ายประตูควรตรวจดูควบคู่ไปพร้อมกับดวงของ เจ้าของบ้านด้วย อย่าทำโดยพละการ
8. ดังที่กล่าวใยข้อ 7. เมื่อย้ายประตูใหม่แล้ว เวลาตรวจดูผังดาวจะใช้ ผังดาวในยุคที่ย้ายประตูแทนการใช้ผังดาวยุคที่สร้างบ้านหลังนั้น และประตู เดิมให้ปิดตายหรือรื้อออกไปเลย
9. เมื่อประตูลาภของเรามีบางสิ่งมาบดบัง หรือประตูลาภถูกสกัดกั้น ให้เปิด ประตูทางด้านข้างแทน แล้วใช้ประตูใหม่นี้เป็นทางเข้าออกหลักแทน จะช่วยให้ดีขึ้น ไม่ต้องย้ายประตูใหม่
10. ระดับพื้นห้องโถงภายในบ้านต้องอยู่สูงกว่าระดับถนนนอกบ้าน ถ้าต่ำกว่าจะไม่ดี หรือถ้ามีธรณีประตูสูงๆ ก็จะไม่ดีเช่นกัน เพราะธรณีสูงๆ นี้จะสกัดชี่ที่ดีไม่ให้ไหลเข้ามาในบ้าน
11. ซอกมืด หรือที่ที่แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปไม่ถึง เพราะมุมมีดนี้จะเป็น ที่สิงสถิตย์ของสิ่งไม่ดี ให้แก้โดยการทำช่องเปิดให้แสงแดดส่องเข้ามา12. ตำแหน่งเตาไฟ  การตั้งเตา สามารถตั้งได้เกือบทุกทิศทาง แต่ด้านที่มีกระแสพลังที่ดี หลีกเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง การตั้งเตาถือปากเตาเป็นหลักโดยดูทิศทางที่มีดาวโชคลาภเป็นหลักในการพิจารณา เช่น ปากเตาหันหาดาว 1(ธาตุน้ำ) ก็จะเป็นน้ำไฟส่งเสริม หันหาดาว3,4(ธาตุไม้)ก็จะเป็นไม้ให้กำเนิดไฟ ล้วนแต่เป็นทิศทางที่ดีในการตั้งเตา หันหาดาว8(ธาตุดิน) ไฟให้กำเนิดดิน ดีปานกลาง หันหาดาว9(ธาตุไฟ) ก็จะดีน้อยลงอีก เนื่องจากกลัวว่าธาตุไฟร้อนเกินไป ส่วนดาว 6,7 หันหาไม่ดี เนื่องจากไฟพิฆาตทองพ่อลูกจะทะเลาะกัน ดาว 2,5 ยิ่งไม่ควรหันหา เนื่องจากดาว2 เป็นดาวป่วยไข้ ดาว5เป็นดาวโรคร้าย ทิศทางที่ปากเตาหันไปหา ให้ใช้ผังดาวตอนที่สร้างบ้านเป็นหลัก ไม่ใช่ผังดาวลั่วซู อย่างเช่นบ้านสร้างในยุค1 เมื่อถึงยุค8 หรือยุค9จะทำเตาใหม่ ก็ยังต้องใช้ผังดาวของยุค1มาพิจารณา เพียงแต่ว่าหากหันไปทางดาว9 กลัวว่าธาตุไฟจะแรงเกินไป จะมีปัญหาอันตรายจากเรื่องฟืนไฟ เหล่านี้คือหลักในการตั้งเตา、ถ้าดาวน้ำเป็นเลช 1 ( 1 เป็นน้ำ ) น้ำไฟส่งเสริม จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันถ้าดาวน้ำเป็นเลข 3,4 ( 3,4 เป็นไม้ ) ไม้ก่อให้เกิดไฟถ้าดาวน้ำเป็นเลช 8 ( 8 เป็น ดิน ) ไฟก่อให้เกิดดิน ไม่พิฆาตกันถ้าดาวน้ำเป็นเลข 9 ( 9 เป็นไฟ ) ดีปานกลางแต่ไม่ควรใช้
อาจเกิดอัคคีภัยถ้าดาวน้ำเป็นเลข 6,7 ( 6,7 เป็นทอง ) ไฟเผาทอง พ่อลูกจะทะเลาะกันถ้าดาวน้ำเป็นเลข 2,5 ( 2,5 เป็นน้ำ ) จะเจ็บป่วย สุขภาพไม่ดี
13. ตำแหน่งบ่อเกรอะหรือบ่ออาจม พยายามหลีกเลี่ยงการวางบ่อเกรอะ ในตำแหน่งดาวน้ำ 5 หรือ 2 เพราะจะก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้แก้โดยการนำต้นไม้จริงเข้าไปไว้ในห้องน้ำ จะช่วยแก้ได้
14. ยุคสร้างกับยุคต่อเติมเป็นคนละยุคกันจะนับยุคอย่างไร มีหลักเกณฑ์ เคร่าๆ ดังนี้สมมุติว่าสร้างบ้านในยุค 7 แล้วมาต่อเติมบ้านใหญ่ขึ้นในยุค 8
ถ้าย้งคงใช้ประตูเขัาออกทางเดิมเป็นหลัก ให้ถือว่าบ้านหลังนั้นยังอยู่ยุค 7ถ้าใช้ประตูเดิมและประตูในส่วนต่อเติมใหม่ ให้ถือเป็นบ้าน 2 ยุคถ้าปิดหรือรื้อประตูทางเข้าออกเดิม แล้วใช้ประตูในส่วนต่อเติมใหม่ ให้ถือว่าเป็นยุค 8ปัจจัยที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนยุคได้แก่- รื้อทิ้งทั้งหลังแล้วสร้างใหม่ทั้งหลัง- ทาสีประตูใหม่- ตกแต่งใหม่โดยให้คนทั้งครอบครัวย้ายออกไปหมด โดยมีการทิ้งร้างประมาณ 9 วันขึ้นไป พองานเสร็จก็หาฤกษ์ย้ายกลับมาอยู่ใหม่- เปิดหลังคาให้แสงส่องเข้าแล้วมุงหลังคาใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนยุค- เปลี่ยนองศาประตูเข้าบ้าน
15. การกั้นห้องภายใน ไม่ว่าจะกั้นอย่างไร ถ้าไม่ได้เปลี่ยนประตูทางเข้า ก็ถือว่ายังคงเป็นดาวยุคเดิม
16. ในอาคารที่เป็นอาคารหลังเดียว แต่อยู่กันหลายๆ ครอบครัว เช่น แฟลต คอนโดมิเนียม เป็นต้น การเดินผังดาวให้ใช้ผังจากประตูหลักเข้าอาคารหลัง นั้น โดยตำแหน่งแต่ละยูนิตในอาคารหลังนี้จะรับพลังไม่เท่ากัน
17. ดังกล่าวในข้อ 16 อาคารที่มีหลายๆ ครอบครัวอยู่ด้วยกัน การเดินดาว ใช้ผังหลักของอาคารหลังนั้นเป็นหลัก แม้ว่าประตูเข้าแต่ละยูนิตจะหันคนละ ทิศกับทางเข้าหลักของอาคารหลังนั้นก็ตาม ไม่ต้องหันผังดาวตามประตู ทางเข้ายูนิตย่อย
18. ดาวหน้าบ้านข้าตะรางแต่ขังไม่อยู่ ข้อนี้ท่านที่ไม่มีพื้นความรู้ทาง ด้านฮวงจุ้ยอยู่ก่อน อ่านแล้วอาจไม่เข้า ใจ นั่นก็คือ สมมุติว่าหน้าบ้าน เป็นตำแหน่งดาวหมายเลข 8 พอขึ้นยุคดาว 8 ดาว 8 จะต้องเข้ามาอยู่ ตรงกลางในผังเดินดาวใหม่ อย่างนี้เรียกว่าโดนขัง แต่บังเอิญเป็นดาว เลขคู่ ( 2,4,6,8 ) จึงขังไม่อยู่ หากเป็นดาวเลขคี่ (1,3,5,7) ก็จะถูกขังอยู่ การถูกขังจะทำให้พลังดาวดวงนั้นอ่อนแรงลงแต่หากด้านหน้าบ้านมีบ่อน้ำ ก็ถือว่าแก้ไขได้เหมือนกัน
19. สำหรับร้านค้า ร้านค้า การดูร้านค้า ให้เน้นประตูทางเข้าก่อน แล้วค่อยดูโต๊ะเก็บเงิน สุดท้ายดูตำแหน่งเทพเจ้าโชคลาภ ให้ได้ตำแหน่งโชคลาภรุ่งเรือง ตั้งเจ้าที่ในตำแหน่งดาวน้ำที่รุ่งเรือง ซึ่งได้แก่ดาวหมายเลข 7,8,9(ในยุค7)  / 8,9,1(ในยุค8)แต่ถ้าประตูดีโต๊ะไม่ดีหรือตำแหน่งเจ้าไม่ดี หมายถึงในดีมีร้าย บ่งบอกว่าหุ้นส่วนขัดแย้งหรือมีอุปสรรคมาก กระแสพลังจะดีหรือร้ายล้วนแต่ได้รับผลเข้าจากทิศทางประตู
20. ตำแหน่งที่สูงดีร้าย ตำแหน่งบารมีของบ้านหากสูงจึงจะดี ถ้าดาวจรปีหรือเดือนมาส่งเสริมยิ่งดี มาถ่ายเทหรือมาพิฆาตไม่ดี ถ้าตำแหน่งบารมีเสื่อมแต่สูง ดาวจรปีเดือนมาส่งเสริมไม่ดี ถ่ายเทหรือพิฆาตกลับดีดังนั้นควรมีการแก้ข้อเสียสำหรับดาวแต่ละดวง
21. ต้นไม้กับต้นไผ่ ในที่โล่งที่ไม่มีภูเขาให้ถือต้นไม้เป็นดาวภูเขาได้ ดังนั้น ในตำแหน่งดาวน้ำหากมีต้นไม้ ต้นไม้นั้นก็จะบดบังพลังของน้ำไป แต่ถ้าเป็น ต้นไผ่จะไม่มีผลเสึย เนื่องจากการพลิ้วไหวของต้นไผ่ถือเป็นน้ำ
22. บ้านเรือนหรือห้องที่อยู่ในตำเหน่งดาว 1 ขาวเสื่อม จะเป็นตำแหน่งของ ความโชคร้ายกับตวามตาย หากมึของแหลมหันมาสู่ จะสกิดให้ส่ง พลังร้ายออกมา คนในบ้านจะตายเพราะน้ำ เช่น จมน้ำ กินยาพิษ ติดสิ่งเสพติด ยิ่งปลายหลังคาเป็นรูปสัตว์ยิ่งแรงดังนั้นควรหลีกเลี่ยง เมรุเผาศพ เสาไฟฟ้า เสาธง ป้ายโฆษณา เป็นต้น หรือแม้แต่เขาสัตว์หากแขวนอยู่ในตำแหน่งที่ว่า นี้ก็จะไม่ดี
23. โชคลาภและลูกหลาน เงินทองโชคลาภให้ดูที่ดาวน้ำ ส่วนลูกหลาน ให้ดูจากดาวภูเขา
24. ความอับโชคอับเฉาเป็นทวึคูณ ดาวน้ำ 5, 3, 2, 1 อยู่หน้าบ้าน ถ้าเข้า สู่ดาวยุคนั้นๆ จะเกิดภัยร้ายแรงเช่นมึดาวน้ำ 5 อยู่หน้าบ้าน เมื่อเข้าสู่ยุค ของดาว 5 ความโชคร้ายจะแรงขึ้นเป็นสองเท่า- ดาว 5 เป็น ดาวของภัยพิบัติ- ดาว 3 เป็น ดาวของการทะเลาะวิวาท
– ดาว 2 เป็น ดาวของโรคภัยไข้เจ็บ- ดาว 1 เป็น ดาวของความลุ่มหลง เสน่หา
25. ผึปึศาจและสิ่งแปลก ในตำเหน่งที่อับโชค ซ้ำร้ายมีสิ่งมาสะกิดความ ไม่ดีเหล่านั้น เช่น ภูเขาสูง (หรืออาคารสูง) มาบดบังแสงแดดส่องไม่ถึง ภายในบ้าน จะส่งผลเสียมากขึ้น ในตำเหน่งที่เป็นหยินจะเกิดผี ในตำแหน่งที่เป็นหยางจะเกิดสิ่งแปลกๆ ขึ้น
26. ลู่ชึ่ (ทางเดินของพลัง) ชี่จะมาตามทาง หากอาคารใดมีการเปิด ประตูหน้าบ้านกับหลังบ้านตรงกัน ชี่ที่ดีหรือร้ายก็ผ่านทะลุเข้ามาโดยง่าย ซึ่งถ้าเป็นชึ่แห่งโชคลาภ ก็จะเก็บลาภไม่อยู่
27. บ่อน้ำ ในบ้านแบบโบราณ เราจะให้ความสำคัญกับตำแหน่งที่ตั้งบ่อน้ำ สำหรับบ้านสมัยใหม่ เราจะพิจารณาถึงตำแหน่งที่ตั้งของถังเก็บน้ำแทน ตำแหน่งของก๊อกน้ำหรือซิงค์น้ำ เป็นต้น ตำแหน่งทางเข้าน้ำควรอยู่ใน ตำแหน่งที่ดาวน้ำดี ทางเข้าน้ำหมายถึงทางเข้าของเงินทอง
28. เจดีย์ ถือเป็นธาตุไม้เพราะมีทรงสูง จะส่งพลังดีร้ายต่างกันแล้วแต่ตำแหน่งของเจดีย์- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 1,4 จะดีในเรื่องของการศึกษา- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 1,6 จะดีในเรื่องตำแหน่งการงาน ยศฐาบรรดาศักดิ์- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 7,9 จะร้ายในเรื่องของการเกิดอัคคีภัย- หากอยู่ในตำแหน่งดาว 2,5 จะร้ายในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ
29. สะพาน ถือเป็นน้ำเช่นเดียวกับถนนคนเดินหรือถนนรถวิ่ง มีการเคลื่อน ไหว หากอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการน้ำก็จะดี หรือถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ ต้องการน้ำก็อาจจะไม่ดี สะพานหิน สะพานคอนกรีต สะพานเหล็กจะมี พลังมากกว่าสะพานไม้
30. มุมที่นา หมายถึงบ้านของเราปลูกสร้างอยู่บนที่ของเรา แต่มีมุมที่ดิน แปลงอื่นชี้มุมเข้าหาที่ของเรา ปลายแหลมนั้นจะกระตุ้นให้เกิดผลร้าย ถ้าอยู่ในตำแหน่งดาว 7,8,9 ต้องทำการแก้ไข

Cr. Facebook ซินแสเชีย

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ทิกท้อ (ไปเที่ยว) ภาษาแต้จิ๋ว

‘tig4(8) to5‘ 个字 潮州话应该做呢写正会着? … ‘ทิกท้อ’ ไก่หยี่ ตี่-อ่อ จิวอ่วยเอ๊งไกจ๊อหนี่เซี่ย เจี๊ย*โอ่ย ติ๊-เอ๊าะ ?

… ‘ทิกท้อ’(ไปเที่ยว) ภาษาแต้จิ๋วควรเขียนยังไงถึงจะถูก?

อาจารย์หลิ่มหลุ่งลุ้งอธิบายว่า อยู่ที่ใครจะเขียนแบบไหน ไม่เหมือนกัน … ทางภาษาหมิ่นหนันของไต้หวันและฮกเกี้ยน เขียนด้วยอักษร 𨑨迌 (ทิดโถ) ส่วนทางแต้จิ๋วเราเขียนได้ 2แบบ บางคนก็เขียนด้วยอักษร 踢跎 เถ็ก(เท็กท้อ) ส่วนบางคนก็เขียนเป็น 佚跎 อิ๊ก(อิกท้อ) ก็มี ซึ่งก็ได้ทั้งนั้นนะไม่มีผิดไม่มีถูก… แต่ว่าโดยปกติทั่วไปแล้วเนี่ย ทางแต้จิ๋วเราก็จะนิยมเขียนด้วยตัวอักษร 踢 (ถัก ออกได้อีกเสียงเป็น เถ็ก) เป็น 踢跎 (ทิกท้อ) มากกว่า

Cr. https://www.facebook.com/100011274786953/videos/1119254628460353/

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ปัวะโป้ย

“รู้ความหมาย ไหว้ถูกต้อง ชีวิตเป็นมงคล”

#ปัวะโป้ย (擲筊) ..คำพยากรณ์จากองค์เทพเจ้า..

31351431_1651217018266351_2261823803497644032_n

#ปัวะโป้ย (擲筊) ..เป็นเครื่องมือในการเสี่ยงทาย หรือ ไม้เสี่ยงทาย มีลักษณะเป็นไม้นูนโค้งหลังเต่า, ด้านหน้าเรียบ ซึ่งสามารถนำมาประกบเข้าหากันเป็นอันเดียว มีสองอันเป็นหนึ่งชุด

#ไม้เสี่ยงทายที่ว่านี้ นับเป็นอุปกรณ์สำคัญในการสื่อสารระหว่างผู้ศรัทธากับอานุภาพขององค์ศักดิ์สิทธิ์ ใช้โยนเสี่ยงทายถามเรื่องราวต่างๆ และอ่านคำทำนายจากการหงายคว่ำของไม้สองซีกนี้ ซึ่งการใช้ไม้เสี่ยงทายลักษณะนี้มาช้านานนับแต่โบราณกาลถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะทำจากไม้ไผ่ (ส่วนหัวของไม้ไผ่ตง) หรือ ไม้จันทร์

#ขั้นตอนในการใช้โป้ยนั้น อาจจะแตกต่างกันไปตามความเชื่อของท้องถิ่นบ้าง แต่ในการอ่านผลของการเลี่ยงทายหลังจากโยนโป้ยแล้ว จะมีการอ่านที่เป็นสากลเหมือนกัน

#เมื่อพร้อมที่จะโยนโป้ยเสี่ยงทาย ทุกครั้งที่ต้องการสื่อความ หรือ ทูลถามในเรื่องสำคัญๆ ต่อองค์เทพด้วยไม้เสี่ยงทายนี้ ให้จุดธูปบูชาตามปกติ และนำไม้เสี่ยงทายประกบ วนรอบปลายธูป หรือ กลุ่มควันของโถกำยาน ต้องทำอย่างนี้ทุกครั้งที่จะใช้งานไม้เสี่ยงทาย ก่อนที่จะนำมาประกบอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองประสงค์

#การเสี่ยงทายให้ได้ผล
ก่อนที่จะเสี่ยงทายในเรื่องราวใดๆ ก็ตาม มีเคล็ดสำคัญ คือ เมื่อเราจุดธูปเทียนไหว้องค์เทพแล้ว ให้เราตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพที่เราเคารพ ขอน้อมจิตอัญเชิญท่านมาสถิตย์เป็นประธาน เพื่อให้ท่านรับทราบ รับรู้ในเรื่องราว หรือ ความประสงค์ของเรา
จากนั้น..รอสักครู่..จึงหยิบไม้เสี่ยงทายมาประกบ วนรอบปลายธูป หรือ กลุ่มควันของโถกำยาน..ตั้งจิตขออัญเชิญองค์เทพที่เราประสงค์มาเป็นประธาน รับทราบ รับรู้เรื่องราวที่เราต้องการปรึกษา..ถ้าดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านมาประทับ ณ สถานที่นี้แล้ว ขอให้อิ้นโป้ย..

#ดูผลการเสี่ยงทายของไม้ทั้งสองชิ้น
#เชี่ยวโป้ย
หงาย – หงาย เรียก เฉ่วโป้ย (笑筊)
หมายถึง คำถามนั้นไม่สามารถให้คำตอบได้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคำถามคลุมเครือ ไม่ครอบคลุม หรือ แปลได้ว่าเทพเจ้ากำลังยิ้มหัวเราะอยู่ เพราะเราถามในคำถามที่เรารู้คำตอบอยู่แล้ว ให้เราพิจารณาเปลี่ยนคำถามใหม่ให้ชัดเจนขึ้น หรือ ถ้าเป็นการเสี่ยงเซียมซี ให้ทำการเสี่ยง ไม้เซียมซีใหม่ แล้วโยนโป้ยถามอีกครั้งครับ

#อิ้นโป้ย หรือ เส้งโป้ย
คว่ำ – หงาย เรียก เส้งโป้ย (聖筊) หรือ อิ้นโป้ย (允筊)
หมายถึง ใช่ ได้ ถูกต้อง ถ้าเป็นเซียมซี หมายถึงไม้เซียมนี้อันนี้ถูกต้องแล้ว

#อิมโป้ย หรือ ข่าวโป้ย หรือ โบ๋โบ้ย
คว่ำ – คว่ำ เรียก ข่าวโป้ย (哭筊) หรือ อิมโป้ย (陰筊) หรือ โบ๋โบ้ย (無筊)
หมายถึง ไม่ใช่ ไม่ได้ ไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นเซียมซี หมายถึงไม้เซียมนี้อันนี้ไม่ถูกต้อง ต้องทำการเสี่ยงอีกครั้ง

#ข้อมูลดีดีมีไว้แบ่งปัน
สาธุ สาธุ สาธุ!!!

Cr. https://www.facebook.com/fahplatarn/photos/a.1429148143806574/1651217014933018/?type=3&eid=ARCYk0FEkHd-WIH_yxiISunaHsp4atuey_J_4x6GqvgiPBaltFbVyARCBWnD1tErW3lae1VC37B1laIg&__tn__=EEHH-R

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ทางน้ำ (ฮวงจุ้ย)

ทางน้ำ อีกหนึ่งเคล็ดที่คนเรียนฮวงจุ้ยต้องรู้ ความเจริญไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้าน หรือชะตาคนอย่างเดียว ทางน้ำนั้นสำคัญบ่งบอกถึงกระแสการเงินของคนในบ้านนั้นด้วยครับ

วันนี้ผมเฮียตี่ ขออนุญาตมาให้ความรู้ ซึ่งมีในตำราฮวงจุ้ยหลายเล่มใช้วิธีนี้

ก่อนอื่นเลย ทิศที่ใช้จะเป็นระบบ 24 ทิศ ใครที่ไม่มีความรู้พื้นฐานเลยต้องขออภัยอย่างยิ่ง ไว้ผมมาอธิบายละกัน อ่านกันไปก่อน

สูตรมีอยู่ว่า

子卯午酉
丑辰未戌
甲丙庚壬

บ้านใด อาคารใด มีทิศพิง อยู่ในทิศทั้ง 12 นี้

“น้ำที่ดีต้องเข้าทางซ้ายของบ้าน ส่วนน้ำที่เสียต้องออกทางขวาของบ้าน”

จากสูตรแปลว่า ถ้าไม่ใช่ทิศพิงเหล่านี้ ก็ต้องกลับด้านกัน

ผมมีรูปตัวอย่างมาประกอบ

ทางน้ำ บ้านทิศกุ๋ย

ในรูปบ้านพิงหรือมีทิศนั่ง จริงแล้วต้องใช้คำว่านั่ง เพราะภาษาจีนใช้คำว่า 坐 แปลว่า นั่ง

บ้านนี้นั่งทิศกุ่ย ซึ่งไม่อยู่ในสูตร ดังนั้น ต้องสลับกับสูตรที่กำหนดไว้คือ

น้ำดีเข้าด้านขวา น้ำเสียออกทางซ้าย

โดยปกติท่อประปาต้องเดินท่อผ่านหน้าบ้าน ถ้าน้ำประปาวิ่งจากขวามาซ้าย ก็ถือว่าเข้าตามสูตรเช่นกัน ระบบการเงินคนในบ้านจะดี ทั้งนี้ต้องพิจารณาอีกหลายส่วน ทิศทางน้ำเป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้น

ผมมีความตั้งใจเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทาน ไม่อยากให้โดนซินแสซี้ซั้วมากหลอกพวกท่านได้

ติดความรู้เหมือนติดปัญญา ผู้มีปัญญาจักไม่โดนหลอกได้

ด้วยจิตคารวะ

#เฮียตี่โหราศาสตร์จีน
#ฮวงจุ้ย
#ดูดวงจีน
#ฤกษ์ยามมงคล

cr. เฮี่ยตี่ โหราศาสตร์จีน ดวง ฤกษ์ยาม ฮวงจุ้ย

โพสท์ใน ทำนาย | ใส่ความเห็น

24 สารท

24 สารท

1 ใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิ (春天ชุนเทียน)

1. ลี่ชุน(立春)เริ่มฤดูใบไม้ผลิ อากาศหนาวเริ่มคลายตัวลง เริ่มประมาณวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ ดวงอาทิตย์ทำมุม 315°

2. อวี๋สุ่ย(雨水) อวี๋สุ่ยแปลว่าน้ำฝน ในช่วงนี้ฝนจะเริ่มตกในประเทศจีน เริ่มประมาณวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ ดวงอาทิตย์ทำมุม 330°

3. จิงเจ๋อ(惊蛰)แปลว่าตื่นจากฤดูจำศีล คำแปลของปักษ์นี้ก็เป็นไปตามเหตุการณ์ที่พบเห็น นั่นคือแมลงหรือสัตว์ที่จำศีลอยู่จะเริ่มตื่นขึ้นเพื่อจะออกมาหาอาหาร ฝนตกชุกฟ้าคะนอง เริ่มประมาณวันที่ 5-7 มีนาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 345°

4. ชุนเฟิน(春分)แปลว่า คืนและวันในฤดูใบไม้ผลิที่ยาวเท่ากัน ตรงกับวัน วสันตวิษุวัต ตามดาราศาสตร์สากล เริ่มประมาณวันที่ 20-21 มีนาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 0° ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรครั้งแรกของปี

5. ชิงหมิง(清明) แปลว่าแจ่มใส ปักษ์ชิงหมิง หรือที่คนไทยคุ้นกับสำเนียงแต้จิ๋วว่า เช็งเม้ง ชิงหมิงจึงเป็นปักษ์ที่มีอากาศสดชื่นแจ่มใส นิยมไปไหว้บรรพบุรุษ เริ่มประมาณวันที่ 4-6 เมษายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 15°

6. กู๋อวี่(谷雨)แปลว่า ฝนธัญพืช หรือฝนช่วยเพาะปลูก เริ่มประมาณวันที่ 19-21 เมษายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 30°

Pic credit to: http://www.oamul.com/the-24-solar-terms/

2 ร้อน

ฤดูร้อน夏天 ซย่าเทียน

1. ลี่เซี่ย (立夏) เริ่มต้นฤดูร้อนเริ่มประมาณวันที่
5-7 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 45°

2. เสียวหม่าน(小满)แปลว่า เมล็ดพันธุ์อุดม ข้าวเริ่มออกรวง เริ่มประมาณวันที่ 20-22 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 60°

3. หมางจ้ง(芒种)แปลว่า หว่านเพาะ ข้าวเริ่มแก่ ชาวจีนก็จะเตรียมตัวเก็บเกี่ยวและปลูกข้าวใหม่ เริ่มประมาณวันที่ 4-5 มิถุนายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 75°

4. เซี่ยจื้อ(夏至)แปลว่า วันยาวที่สุดในฤดูร้อน ตรงกับวัน ครีษมายัน ตามดาราศาสตร์สากล เป็นวันที่กลางคืนสั้นที่สุด กลางวันยาวที่สุดในซีกโลกเหนือ เริ่มประมาณวันที่ 21-22 มิถุนายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 90°

5. เสียวสู่(小暑)แปลว่า ร้อนเล็ก เริ่มประมาณวันที่ 6-8 กรกฎาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 105° อากาศเริ่มร้อน

6. ต้าสู่(大暑)แปลว่าร้อนใหญ่ เริ่มประมาณวันที่ 22-24 กรกฎาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 120° อากาศร้อนขึ้น

Pic Credit to: http://www.oamul.com/the-24-solar-terms/

3 ใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วง秋天 ชิวเทียน

1. ลี่ชิว(立秋)เริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เริ่มประมาณวันที่ 7-9 สิงหาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 135°

2. ชู่สู่(处暑)แปลว่า อากาศร้อนสิ้นสุด เริ่มประมาณวันที่ 22-24 สิงหาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 150°

3. ป๋ายลู่(白露)แปลว่าน้ำค้างขาว น้ำค้างเริ่มปรากฏบนใบไม้ อากาศเริ่มเย็นลง เริ่มประมาณวันที่ 7-9 กันยายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 165°

4. ชิวเฟิน(秋分)แปลว่า คืนและวันในฤดูใบไม้ร่วงที่ยาวเท่ากัน ตรงกับวัน ศารทวิษุวัตตามดาราศาสตร์สากล ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรครั้งที่สองของปี เริ่มประมาณวันที่ 22-24 กันยายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 180°

5. หานลู่(寒露)แปลว่า น้ำค้างหนาว อากาศเริ่มหนาว น้ำค้างตกมากเริ่มประมาณวันที่ 8-9 ตุลาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 195°

6. ซวงเจี้ยง(霜降)แปลว่าน้ำค้างแข็ง พบน้ำค้างแข็งบนใบไม้ เริ่มประมาณวันที่ 23-24 ตุลาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 210°

Pic Credit to: http://www.oamul.com/the-24-solar-terms/

4 หนาว

ฤดูหนาว 冬天 ตงเทียน

1. ลี่ตง(立冬)แปลว่าเริ่มฤดูหนาว เริ่มประมาณวันที่ 7 -8 พฤษจิกายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 225°

2. เสียวเสวี่ย(小雪)แปลว่าหิมะเล็ก หิมะเริ่มตกในจีน เริ่มประมาณวันที่ 22-23 พฤศจิกายน ดวงอาทิตย์ทำมุม 240°

3. ต้าเสวี่ย(大雪)แปลว่าหิมะใหญ่ หิมะตกหนักในจีน เริ่มประมาณวันที่ 6, 7 หรือ 8 ธันวาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 255°

4. ตงจื้อ(冬至)แปลว่าช่วงคืนยาวที่สุดในฤดูหนาว ตรงกับวัน เหมายัน ( อ่านว่าเห-มา-ยัน ) ตามดาราศาสตร์สากล เป็นวันที่กลางคืนยาวที่สุดกลางวันสั้นที่สุดในซีกโลกเหนือ เริ่มประมาณวันที่ 21-23 ธันวาคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 270° เป็นวันเทศกาลต้มและร่วมกันรับประทานขนมบัวลอยสีแดงสีขาว

5. เสี่ยวหาน(小寒)แปลว่าหนาวเล็ก เริ่มประมาณวันที่ 5-7 มกราคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 285°

6. ต้าหาน(大寒)แปลว่าหนาวใหญ่ เริ่มประมาณวันที่ 20-21 มกราคม ดวงอาทิตย์ทำมุม 300° ปักษ์สุดท้ายของฤดูหนาว และปักษ์สุดท้ายของปี อากาศในจีนหนาวจัด ชาวจีนแต่ละภูมิภาคจะมีกิจกรรมต่างกันไป เช่น ผู้คนในกรุงปักกิ่งมีธรรมเนียมที่จะต้องกิน “เค้กคลายหนาว” หรือ “เซียวหานเกา” (消寒糕) ซึ่งเป็นเค้กข้าวชนิดหนึ่ง

Pic Credit to: http://www.oamul.com/the-24-solar-terms/
ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=854707688017531&id=817226795098954

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

ข้อห้ามทำในวันตรุษจีน

โพสท์ใน พิธีกรรมของชาวจีน | ใส่ความเห็น

ความหมายของไหว้

ความหมายของไหว้ 1

ความหมายของไหว้ 18ความหมายของไหว้ 19ความหมายของไหว้ 20ความหมายของไหว้ 21ความหมายของไหว้ 2ความหมายของไหว้ 7ความหมายของไหว้ 22ความหมายของไหว้ 16ความหมายของไหว้ 15ความหมายของไหว้ 14ความหมายของไหว้ 12ความหมายของไหว้ 4ความหมายของไหว้ 13ความหมายของไหว้ 3ความหมายของไหว้ 10ความหมายของไหว้ 9ความหมายของไหว้ 11ความหมายของไหว้ 5ความหมายของไหว้ 6ความหมายของไหว้ 17ความหมายของไหว้ 8ความหมายของไหว้ 23

Cr. https://www.facebook.com/chinese.diy/photos/a.586643251676777/586644575009978/?type=3&theater

โพสท์ใน พิธีกรรมของชาวจีน | ใส่ความเห็น

หลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการให้ฤกษ์ที่สำคัญ ตามหลักคัมภีร์มุหูรตะ

50847908_1728347120603071_4191411421130522624_n

ตารางสรุปหลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการให้ฤกษ์ที่สำคัญ
ตามหลักคัมภีร์มุหูรตะ  ของวิชาโหราศาสตร์ภารตะ

จัดทำเป็นวิทยาทานโดย โหรช้าง ชัยวัฒน์ สดชื่น

อ้างอิงข้อมูลจาก
– Muhurta (Electional Astrology) by Dr. B.V. Raman
– Muhurta Traditional and Modern by K.K. Joshi
– Muhurat Shastra by Arun K. Bansal

ป.ล. ข้อมูลในตารางนี้เป็นเพียงแค่หลักการเบื้องต้นสำหรับการกำหนดฤกษ์ยามเท่านั้น ซึ่งการวางฤกษ์ยามที่สมบูรณ์แบบจะต้องพิจารณาจากหลักเกณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาตำแหน่งและทัศนสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ในดวงฤกษ์ประกอบกันด้วย จึงจะทำให้ฤกษ์เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีอย่างแท้จริง

Cr. https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1728347117269738&set=a.253450924759372&type=3&theater

โพสท์ใน ทำนาย | ใส่ความเห็น

ห้องน้ำกลางบ้าน

“ห้องน้ำกลางบ้าน” จากกรณีศึกษาฮวงจุ้ย ในห้องเรียนออนไลน์ ตึกแถวหรือบ้านรุ่นเก่าหลายหลัง ที่มีการปลูกสร้างห้องน้ำไว้กึ่งกลางบ้านเนื่องจากพื้นที่จำกัด

ส่งผลให้พลังปราณที่เข้ามาในบ้าน กลายเป็นพลังงานร้าย สมาชิกในครอบครัวจึงขาดความสุข ทะเลาะเบาะแว้งกัน มีสุขภาพอ่อนแอ อับโชค ขาดความเจริญรุ่งเรือง เงินทองขัดสน

สาเหตุเพราะจุดกึ่งกลางบ้านเป็นหัวใจของบ้าน เป็นจุดศูนย์รวมของครอบครัว ควรตั้งเป็นห้องสำคัญอย่างห้องรับแขกหรือห้องโถงหรือเป็นส่วนกิจกรรมหลักของครอบครัว เมื่อเป็นห้องน้ำพลังเหล่านี้จึงถูกทำลายไป

ถ้าเป็นไปได้ ให้เปลี่ยนที่ตั้งห้องน้ำเสียใหม่ หากไม่สามารถทำได้ วิธีบรรเทาแก้เสริมเบื้องต้น ให้ติดกระจกเงาบานใหญ่ที่ประตูหน้าห้องน้ำ นัยยะคือ การผลักดันพลังปราณร้ายให้ออกไป และกั้นพลังงานดีไม่ให้ไหลเข้าห้องน้ำทิ้ง

นอกจากนี้ควรรักษาความสะอาด และติดพัดลมระบายอากาศ ใส่น้ำหอมหรือปลูกต้นไม้ภายในห้องน้ำ เพื่อชำระปราณร้ายเสริมปราณดี

เคล็ดฮวงจุ้ยสายสํานักชัยภูมิ มักให้ทาประตูห้องน้ำด้วยสีแดง หรือมีพรมเช็ดเท้าสีแดงอยู่ด้านหน้าประตู และให้ตั้งวัตถุธาตุดินขนาบคู่หน้าประตูไว้ เช่น รูปปั้นดินเผา หรือรูปปั้นเซรามิค เพื่อกดทับพลังปราณธาตุน้ำที่เสียนั่นเอง

วิชาฮวงจุ้ยที่ดี ต้องเรียบง่าย ใช้ง่าย เข้าใจง่าย สนใจเรียนฮวงจุ้ยดาวเก้ายุคขั้นสูงออนไลน์แถมคอร์ส ฮวงจุ้ยขั้นต้น เรียนง่าย เข้าใจไว ทบทวนได้ตลอดชีพ ดูได้บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา คลิ๊กดูข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมรับโปรโมชั่นลดราคาพิเศษ ที่นี่

https://facebook.com/commerce/products/1825019600945551

ด้วยจิตคาราวะต่อเหล่าปรมาจารย์
“ตั้งไคจุ้ย”

Cr. https://www.facebook.com/groups/fengshuiplus168/?ref=nf_target&fref=nf

โพสท์ใน ทำนาย | ใส่ความเห็น